Superstrings
posted on 25 Feb 2008 10:18 by wadrove in Phisics
ตลอดชั่วชีวิตของไอน์สไตน์ มีความพยายาม อย่างยิ่ง ที่จะรวมแรงทั้ง 4 บนโลกใบนี้เข้าด้วย กันนั่นคือ แรงโน้มถ่วง แรงแม่เหล็กไฟฟ้า และแรงนิวเคลีย์ชนิดอ่อน และชนิดเข้ม เพื่อใช้ในการอธิบายถึงปรากฎการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ให้ได้จากเพียงทฤษฎีเพียง แค่อันเดียว
จากผลงานรางวัลโนเบลของไอน์สไตน์ ทฤษฎี สัมพันธภาพนั้น สามารถที่จะอธิบายถึง การรวม แรงจาก แม่เหล็กไฟฟ้า และแรง นิวเคลียร์ทั้ง 2 ชนิดเข้าด้วยกันได้ ซึ่งสามารถใช้อธิบายเกี่ยวกับ ของใหญ่ๆ เช่น เอกภพ แกแลกซี่ หรือดวงดาว แต่ไม่สามารถ ที่จะอธิบายพฤติกรรมต่างๆ ของโมเลกุลได้ ซึ่งใน ความเป็นนักฟิสิกส์ย่อมคิดว่า ธรรมชาติในระดับที่ลึกลงไป สุดแล้วนั้น ควรจะต้องเรียบง่าย และงดงาม หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ทุกอย่างบนโลกนี้ตั้งแต่ใหญ่ที่สุดอย่างเอกภพ จนไปถึงเล็กที่สุดไปจนถึงอะตอมหรือโมเลกุล น่าจะสามารถอธิบายความเป็นมาเป็นไปได้ด้วยทฤษฎี เพียง ทฤษฎีเดียว ในขณะที่ทฤษฎีควอนตัมได้เปิดเผยความลับทุกสิ่งทุกอย่างของฟิสิกส์ระดับนิวเคลียส แม้จะสามารถอธิบายทุกอย่างบนโลกของอะตอมได้ แต่ควอนตัมกลับไม่สามารถตอบโจทย์เกี่ยวกับแรงโน้มถ่วง ได้เลย ซึ่งไม่สามารถที่จะอธิบายในสิ่งที่มีระดับนอกเหนือไปจากโลกของอะตอม นักวิทยาศาสตร์มีความพยายาม อย่างมากที่จะเชื่อมโยงทั้ง 2 ทฤษฎีเข้าด้วยกัน แต่ก็ดูความหวังช่างเลือนลาง แม้ไอน์สไตน์จะใช้เวลาทั้ง ชีวิต ของเขาเอง ก็ยังไม่สามารถทำการรวมทั้งสองอย่างเข้าด้วยกันได้
แต่ในขณะนี้มีทฤษฎีที่กำลังเขย่าวงการฟิสิกส์ ทฤษฎีที่จะประสานรวมแรงทุกแรงเข้าด้วยกัน อาจเรียกได้ว่ามัน เข้าใกล้ ทฤษฎีรวมสนามพลังมากที่สุด ทฤษฎีแป่งเอกภพ "SUPERSTRINGS"
เมื่อกล่าวถึงอนุภาค เราก็มักจะได้ยินแนวความคิดที่ว่า อนุภาคต้องเป็นแบบจุด แต่ด้วยทฤษฎีนี้ เราจะต้องล้าง ความคิดเดิมๆ ออกไปให้หมด และคิดว่าองค์ประกอบย่อยสุดของธรรมชาตินั้นเล็กจิ๋วและมีลักษณะเป็นสตริงที่ สั่นด้วยความถี่ต่างกัน ดังนั้นอนุภาคทุกชนิดจึงเป็นเพียง resonance ที่สั่นแตกต่างกันออกไป และทำให้มัน สามารถที่จะอธิบายได้ว่า เหตุใดโลกของเราจึงเต็มไปด้วยอนุภาคและอะตอมที่หลากหลายเช่นนั้น
แต่ความตื่นเต้นทั้งหมดของทฤษฎีนี้อยู่ที่คำทำนายที่น่าประหลาดเกี่ยวกับการกำเนิดของเอกภพ การเริ่มต้นของ เวลา และการดำรงอยู่ของเอกภพอื่นซึ่งมี หลายมิติ ทฤษฎีนี้อธิบายบิกแบงว่า เป็นผลพวงของการแตกตัวของ เอกภพ 10 มิติ ออกเป็นสองส่วน