หากใครคนใดคนหนึ่งทำผิดกฎหมายขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ กฎหมายจะทำการลงโทษผู้กระทำผิด ตามโทษฐานที่ได้กระทำไว้ ในทางอุดมคติมันต้องเป็นอย่างนั้น ถึงแม้ว่าในความเป็นจริง อาจมีตัวแปรบางอย่างที่ทำให้ไม่สามารถเป็นไปตามอุดมคติที่วางไว้ เช่น ฝ่ายที่ทำกระทำผิดอาจเป็นผู้ที่มีอิทธิพล ครอบงำมือของกฎหมายอยู่ แต่ในสถานการณ์อย่างนั้น อย่างน้อยก็น่าเชื่อว่า กรุงศรีอยุธยายังไม่สิ้นคนดี อย่างน้อย เราก็ยังเชื่อมั่นว่า ยังมีคนที่รักษาความยุติธรรม และรักความถูกต้อง พร้อมกับไม่สั่นไหวไปกับผลประโยชน์เล็กน้อย ที่แลกมาด้วยการคดโกงประชาชนตาดำๆ แม้ว่าในสุดท้ายแล้ว ความถูกต้องที่ควรจะได้รับอาจจบลงด้วยความพ่ายแพ้ แต่อย่างน้อยเราก็รู้ดีอยู่ในใจ ใครทำอะไรไว้ แต่ละคนย่อมรู้ตัวเองดี

 แต่ถ้าผู้ที่กระทำผิดเป็นผู้ที่ปกป้องพิทักรักษากฎหมายเองล่ะ  สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา หรือโดนกระทำจากคนเหล่านั้น อาจจืดจางและเลือนหายไปจากสังคมเมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าๆ เมื่อไม่มีใครสนใจจะสืบสานเรื่องราวการกระทำผิด ตั้งแต่ระดับใหญ่สุด ลงมาถึงลูกน้อง ทุกคนรวมหัวกันทำให้เหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีตัวตน อย่างคดีของทนายสมชาย เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นในบ้านเมืองของเรา คนๆนึงถูกกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงอุ้มหายเข้ากลีบเมฆไป จนขณะนี้เป็นเวลา 4 ปี แล้ว 4 ปี ที่ไม่รู้แม้แต่ว่า ทนายสมชายตายหรือเป็น ไม่มีการสืบสวนเรื่องราวอย่างต่อเนื่อง ไม่พบข้อมูลหลักฐานพยาน ไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย

 ถ้าเราคิดในทางกลับกัน ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากการกุข่าวขึ้นมา หลายเสียงที่กระซิบกันว่าตอนนี้ทนายสมชายมีชีวิตสุขสบายอยู่ที่นั่นบ้าง ที่นี่บ้าง ซึ่งมันเป็นความจริงหรือไม่นั้น ใครจะรู้ได้บ้าง ในเมื่อไม่มีความต้องการจะให้ใครๆ รับรู้ถึงปฏิบัติการครั้งนี้  เหตุการณ์นี้เราถือว่าเป็นความอุกอาจอย่างมาก กับการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ใครคนใดคนหนึ่งอาจเป็นเสี้ยนหนาม หรือต้นเหตุให้เกิดความสูญเสียผลประโยชน์ อำนาจ บารมีที่สั่งสมมา  การกำจัดเสี้ยนหนามจึงคงไว้ซึ่งผลประโยชน์ต่างๆ เหล่านี้ แต่ถ้าเรามองในมุมของครอบครัวของผู้เสียหายล่ะ เค้าต้องเสียหัวหน้าครอบครัว ซึ่งนั่นหมายถึง 1 ชีวิต บางครั้งอาจมากกว่านั้น ถ้า 1 ชีวิตที่เสียไปนั้น ส่งผลกระทบให้ชีวิตอื่นๆ ในครอบครัวต้องเกิดวิกฤติในชีวิตขึ้น

 ถามว่าคุ้มมั้ย ???

คุ้มสิ ! สละคนเดียว เพื่อชื่อเสียงเงินทองหน้าตาของคนอีกเป็นโขลง

แล้วความถูกต้องมันอยู่ที่ไหน บนแผ่นดินแห่งนี้ เฮ้อ อันนี้เราเขียนขึ้นเนื่องจากเกิดความละเหี่ยใจเหลือทน กับกระบวนการยุติธรรม สื่อ และผู้พิทักสันติราษฎร์ ในบ้านเรา ความจริงมันไปแอบอยู่ในซอกหลืบไหนบนที่แห่งนี้ ประชาชนตัวเล็กๆ ตาดำๆ อย่างเราๆ มีสิทธิ์มีเสียงแค่ไหน ในบ้านเมืองนี้ สิทธิเสรีภาพมีอยู่จริงๆ อย่างที่ได้ขีดเขียนลงในรัฐธรรมนูญของประชาชนหรือไม่  เราไม่มีทางที่จะรู้ได้เลย

Superstrings

posted on 25 Feb 2008 10:18 by wadrove  in Phisics

ตลอดชั่วชีวิตของไอน์สไตน์ มีความพยายาม อย่างยิ่ง ที่จะรวมแรงทั้ง 4 บนโลกใบนี้เข้าด้วย กันนั่นคือ แรงโน้มถ่วง แรงแม่เหล็กไฟฟ้า และแรงนิวเคลีย์ชนิดอ่อน และชนิดเข้ม เพื่อใช้ในการอธิบายถึงปรากฎการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ให้ได้จากเพียงทฤษฎีเพียง แค่อันเดียว

จากผลงานรางวัลโนเบลของไอน์สไตน์ ทฤษฎี สัมพันธภาพนั้น สามารถที่จะอธิบายถึง การรวม แรงจาก แม่เหล็กไฟฟ้า และแรง นิวเคลียร์ทั้ง 2 ชนิดเข้าด้วยกันได้ ซึ่งสามารถใช้อธิบายเกี่ยวกับ ของใหญ่ๆ เช่น เอกภพ แกแลกซี่ หรือดวงดาว แต่ไม่สามารถ ที่จะอธิบายพฤติกรรมต่างๆ ของโมเลกุลได้ ซึ่งใน ความเป็นนักฟิสิกส์ย่อมคิดว่า ธรรมชาติในระดับที่ลึกลงไป สุดแล้วนั้น ควรจะต้องเรียบง่าย และงดงาม หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ทุกอย่างบนโลกนี้ตั้งแต่ใหญ่ที่สุดอย่างเอกภพ จนไปถึงเล็กที่สุดไปจนถึงอะตอมหรือโมเลกุล น่าจะสามารถอธิบายความเป็นมาเป็นไปได้ด้วยทฤษฎี เพียง ทฤษฎีเดียว ในขณะที่ทฤษฎีควอนตัมได้เปิดเผยความลับทุกสิ่งทุกอย่างของฟิสิกส์ระดับนิวเคลียส แม้จะสามารถอธิบายทุกอย่างบนโลกของอะตอมได้ แต่ควอนตัมกลับไม่สามารถตอบโจทย์เกี่ยวกับแรงโน้มถ่วง ได้เลย ซึ่งไม่สามารถที่จะอธิบายในสิ่งที่มีระดับนอกเหนือไปจากโลกของอะตอม นักวิทยาศาสตร์มีความพยายาม อย่างมากที่จะเชื่อมโยงทั้ง 2 ทฤษฎีเข้าด้วยกัน แต่ก็ดูความหวังช่างเลือนลาง แม้ไอน์สไตน์จะใช้เวลาทั้ง ชีวิต ของเขาเอง ก็ยังไม่สามารถทำการรวมทั้งสองอย่างเข้าด้วยกันได้

แต่ในขณะนี้มีทฤษฎีที่กำลังเขย่าวงการฟิสิกส์ ทฤษฎีที่จะประสานรวมแรงทุกแรงเข้าด้วยกัน อาจเรียกได้ว่ามัน เข้าใกล้ ทฤษฎีรวมสนามพลังมากที่สุด ทฤษฎีแป่งเอกภพ "SUPERSTRINGS"

เมื่อกล่าวถึงอนุภาค เราก็มักจะได้ยินแนวความคิดที่ว่า อนุภาคต้องเป็นแบบจุด แต่ด้วยทฤษฎีนี้ เราจะต้องล้าง ความคิดเดิมๆ ออกไปให้หมด และคิดว่าองค์ประกอบย่อยสุดของธรรมชาตินั้นเล็กจิ๋วและมีลักษณะเป็นสตริงที่ สั่นด้วยความถี่ต่างกัน ดังนั้นอนุภาคทุกชนิดจึงเป็นเพียง resonance ที่สั่นแตกต่างกันออกไป และทำให้มัน สามารถที่จะอธิบายได้ว่า เหตุใดโลกของเราจึงเต็มไปด้วยอนุภาคและอะตอมที่หลากหลายเช่นนั้น

แต่ความตื่นเต้นทั้งหมดของทฤษฎีนี้อยู่ที่คำทำนายที่น่าประหลาดเกี่ยวกับการกำเนิดของเอกภพ การเริ่มต้นของ เวลา และการดำรงอยู่ของเอกภพอื่นซึ่งมี หลายมิติ ทฤษฎีนี้อธิบายบิกแบงว่า เป็นผลพวงของการแตกตัวของ เอกภพ 10 มิติ ออกเป็นสองส่วน

วันเวลาผ่านเลยไป เหตุการณ์หลายอย่างที่เคยเป็นสิ่งย้ำเตือนจิตใจของใครบางคน ก็กลับเลือนลางและค่อยๆ จางหายไป เหตุการณ์ TSUNAMI ที่ผ่านมาฝังใจจิตใจคนไทยโดยเฉพาะประชาชนชาวใต้ที่ต้องเผชิญกับภัยธรรมชาตินี้ โดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ในขณะนั้นอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความเศร้าหมอง แต่ในขณะเดียวกันเราก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่ได้เห็นได้บ่อยครั้งในชีวิตประจำวัน ภาพของคนไทยที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่น้ำใจซึ่งกันและกัน ทั้งในรูปของเงินและแรงกาย ที่หลั่งไหลเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ภาพเหล่านี้ทำให้เราได้รู้ว่า อย่างน้อยสายธารแห่งน้ำใจของคนไทย ก็ยังไม่เลือนหายไปจากแผ่นดินแหลมทองแห่งนี้ เวลาผ่านไปความทรงจำที่เลวร้ายก็ค่อยๆจางหายไป อาจจะหลงเหลือไว้แต่สิ่งดีๆ ที่น่าจดจำ

ถ้าเวลาผ่านไปนานเข้า เรื่องบางเรื่องที่เราอยากจะจดจำเอาไว้ หรือบางอย่างที่อยากจะให้คงอยู่ไว้า มันจะสามารถดำรงความเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับเราอยู่อย่างนั้นได้รึเปล่า ความทรงจำสามารถอยู่กับเราได้ไปชั่วชีวิต ถ้าเรามีความต้องการที่จะจดจำ แต่สิ่งของวัตถุ หรือแม้กระทั่งคนรอบข้าง สิ่งเหล่านี้ย่อมมีอายุขัยของมัน เราสามารถอยู่กับมันได้นานที่สุด เท่ากับอายุของมัน นั่นคือนานที่สุด แต่ระหว่างนั้นหากเกิดเหตุการณ์บางอย่าง ที่ทำให้เรา ต้องพรากจากสิ่งเหล่านี้ไปก่อนวัยอันควร อาจไม่ได้เห็นกัน หรืออยู่ด้วยกันอีกต่อไป แต่เราจะจดจำมันไว้ในสมองของเราได้ ตราบจนเราหมดความสามารถในการจำนั่นเอง